ศุกร์, 15 ธันวาคม 2017
Home

01

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

02

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

03

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

04

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

05

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

00

ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Sages Academy ห้ามมิให้ผู้ใด นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข หรือ เผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย







ฤกษ์มงคลไหว้ไท้ส่วยเอี๊ย (เสริมดวง แก้ปีชง) ประจำปี พ.ศ. 2557

[เขียนโดย อ.ตั้งเต็กค้วง วันที่ 16 มกราคม 2557]


(คำแนะนำ: ผู้สนใจควรอดทนอ่านให้จบ เพื่อให้เกิดความรู้ และ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง)


甲午年太岁爺章词大将军
(กะโง่วนี้ไท้ส่วยเอี๊ยเจียงซื้อไต่เจียงกุง)


คำว่า 太歲/太歲爺 “ไท้ส่วย หรือ ไท้ส่วยเอี๊ย” เชื่อว่า ผู้สนใจในเรื่องวิชาโหราศาสตร์จีน หรือ รู้เรื่องเกี่ยวกับประเพณีจีน มักคุ้นเคยกับคำนี้มาไม่มากก็น้อย สำหรับคำว่า 太歲 “ไท้ส่วย” มีความหมายว่า “เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ประจำปี” ซึ่งมีทั้งสิ้น 60 องค์ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามปี 60 กะจื้อ ซึ่งองค์ไท้ส่วย ทั้ง 60 องค์ เกิดจากภูมิปัญญาของชาวจีนในสมัยโบราณ รวมถึงคติความเชื่อ กอปรกับขนบธรรมเนียมประเพณี โดยอาศัยการคำนวณตามหลักวิชาโหราศาสตร์จีน ใช้ราศีบน 十天干 (จั๊บเทียงกัง) มีทั้งสิ้น 10 ตัว มาจับคู่ผสมกับ ราศีล่าง 十二地支 (จั๊บยี่ตี่จี) หรือ 12 นักษัตร ราศีบนพลังเอี้ยงจับคู่กับราศีล่างพลังเอี้ยง ราศีบนพลังอิมจับคู่กับราศีล่างพลังอิม ผสมผสานได้ทั้งสิ้น 60 คู่ เรียกว่า 六十甲子 (ลักจั๊บกะจื้อ) นำมากำหนดเป็นรอบปี 60 ปี หมุนเวียนต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่ออธิบายการก่อกำเนิดและเชื่อมโยงของกันและกันของทุกสรรพสิ่งตามหลัก 5 ธาตุ ตามหลักวิชาโหราศาสตร์จีน


ส่วนองค์ไท้ส่วย ก็ยึดถือเอาบรรดาขุนพล ท่านผู้มีความรู้ความสามารถที่มีคุณงามความดี เป็นที่เคารพนับถือ ในราชวงศ์ต่างๆ ของจีนในสมัยก่อน จำนวน 60 ท่าน มาผสมผสานกับ 六十甲子 (ลักจั๊บกะจื้อ) แล้วจึงยกขึ้นให้เป็นเทพเจ้าผู้คุ้มครองรักษาในแต่ละปีตามหลักเทวคติ โดยกำหนดให้แต่ละองค์อยู่ประจำในแต่ละปี รวมทั้งสิ้น 60 ปี (1 รอบ) 60 องค์ เรียกรวมๆ ว่า 六十太歲星君 (ลักจั๊บไท้ส่วยแชกุง)



ประเพณีการไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย ไม่ปรากฏหลักฐานระบุแน่ชัดว่า เริ่มมีขึ้นในสมัยใด แต่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนก็นิยมไหว้กันมาเป็นร้อยๆ ปี ในที่นี้จะเขียนหลักการไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย ตามคัมภีร์ 拜太歲爺祈福真经 (ไป่ไท้ส่วยเอี๊ยคี้ฮกจิงเก็ง) ไม่ถือเอาคตินิยมใหม่ที่มีการเพิ่มเติม และ ดัดแปลง เหมือนในสมัยปัจจุบัน ซึ่งมีการนำเอาหลักการอื่นๆ มาผสมรวมกันมั่วไปหมดทั้ง 刑 (เฮ้ง) 沖 (ชง) 破 (ผั่ว) 害 (ไห่) แล้วเรียกรวมว่า 沖 (ชง) คือ ปะทะ ซึ่งทั้งวัด ทั้งศาลเจ้า ทั้งหมอดู หมอเดา ซินแส่ แม้แต่พระในนิกายเถรวาทก็ยังเอากับเขาด้วย สารพัดออกมาป่าวประกาศโพทนาตามสื่อทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือ มีการตั้งป้ายตามข้างทางข้างถนน เชื้อชวนให้ไปทำพิธีแก้ชง ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายกันไปหมด คือ เรียกว่า “ผิดไปจากหลักวิชาที่ถูกต้องแท้จริง” จริงๆ ก็ไม่อยากไปพูดขัดเขา ก็เขาจะหาเงิน หากินกับความกลัว ความไม่รู้ของคน เพราะบางทีการพูดตรงเกินไป เขาก็ทำใจยอมรับไม่ได้ บางทีเขาอาจเสียประโยชน์ อาจทำให้ขุ่นข้องหมองใจ ก็พาลมาโกรธมาเกลียดกัน อันนี้ก็คงต้องปล่อยไป ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน แต่ยังไงก็จะบอกหลักการและวิธีการสำหรับการไหว้ที่ถูกต้องไว้ด้วย เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนสนใจที่ต้องการไหว้อย่างถูกต้องจริงๆ



สำหรับคนที่โดนไท้ส่วยจรประจำปีมาปะทะนั้น ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนโดยส่วนใหญ่ เชื่อว่า หลังจากการไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย แล้วทำพิธี “กาลอ” คือ การนำเอากระดาษเงินกระดาษทองที่ไหว้มาทำการโบกตั้งแต่ส่วนศีรษะลงไปถึงหน้าอก บางแห่งก็โบกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หรือ โบกทั้งข้างหน้าข้างหลัง เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาปกปักรักษาคุ้มครอง หรือ นำเอาฮู้ขององค์ไท้ส่วยประจำปีนั้นๆ มาพกติดตัว เพื่อจะได้รับความเป็นสิริมงคล อาจสามารถยับยั้งเหตุร้าย และ เรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายให้ทุเลาเบาบางไป หรือ เปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลับกลายเป็นเรื่องดี ด้วยอำนาจของเทพเจ้าไท้ส่วย ซึ่งสามารถให้คุณและให้โทษได้ อันนี้ว่ากันไปตามความเชื่อ



ทั้งนี้ หากจะมีผู้ถามว่า

>>> การกราบไหว้บูชาเทพเจ้าไท้ส่วย โดยเฉพาะท่านผู้ถูกเทพเจ้าไท้ส่วยจรมาปะทะ จะสามารถแก้ไขเหตุร้าย ความขัดข้อง ความวิบัติ ความฉิบหาย ได้จริงไหม?

ข้าพเจ้าขอตอบว่า “แก้ได้ ช่วยได้ มีผลจริง หากไหว้เป็น และ ถูกต้อง ในรายที่อาการไม่หนัก คือ สำหรับท่านที่รูปดวงไม่ถูกกระทบกระเทือนมากเกินไป แต่ถ้าหากอาการหนัก ต่อให้ไหว้เป็น ไหว้ถูก ไหว้ยังไงก็ไม่มีผล หรือ ได้ผลน้อย”

ก็จะเกิดมีคำถามขึ้นมาว่า

>>> อย่างไรจึงเรียกว่า “อาการหนัก” ?

ขอตอบว่า เพราะรูปดวงถูกกระทบกระเทือนมาก

ก็จะเกิดมีคำถามขึ้นมาอีกว่า

>>> จะรู้ได้ยังไงว่า ถูกกระทบกระเทือนมากหรือน้อย?

อันนี้ตอบยาก เพราะมันต้องพิจารณาจากรูปดวงโป๊ยยี่สี่เถียว ถ้าจะให้อธิบาย มันจะกลายเป็นพูดกันคนละภาษากัน เพราะจะต้องมานั่งสอนอ่านดวงจีน แต่ถ้าอยากรู้ ก็ขอแนะนำให้ศึกษาวิชาดวงจีน และ ต้องศึกษาให้รู้จริงๆ ลงลึกจนไปถึงแก่นของวิชาด้วย คำว่า “ศึกษาให้รู้จริงๆ” คือ ต้องศึกษาจากผู้ที่บรรลุ และ รู้จริงๆ สำหรับท่านผู้รู้จริงๆ นั้น มันหายาก เพราะสมัยนี้ใครๆ เขาก็อ้าง ก็โพทนาว่า เขาเป็น เขาบรรลุ กันทั้งนั้น สำหรับวิธีทดสอบก็ไม่ยากหรอกนะ ยื่นดวงของตัวเองให้เขา และ ขอให้ทำนายเรื่องอึ้งๆ สักเรื่องสิ ถ้ามันทำนายได้ก็อาจจะบรรลุจริง ถ้าทำนายไม่ได้ หรือ บ่ายเบี่ยง มันก็มั่วเข้าขั้นสะกดจิตตัวเองว่า “บรรลุ” ก็เท่านั้น หากจะถามว่า คนบรรลุวิชาดวงจีนมีเยอะไหม? ขอบอกเลยว่า “มีน้อยมาก” ไม่ได้มากมายเหมือนอย่างที่ออกมาป่าวประกาศโพทนากันตามสื่อต่างๆ



ส่วนความหมายของการปะทะของเทพเจ้าไท้ส่วยในทางวิชาโหราศาสตร์จีน คือ “การปะทะ” หรือ “การชง” จากปีจรที่จรมาปะทะรูปดวง ย่อมส่งผลกระทบให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เรื่องร้าย ความเดือดร้อน ทั้งทางกาย และ ทางใจ บางคน..เสียเงินเสียทอง บางคน..เจ็บป่วย บางคน..การงานมีปัญหา บางคน..มีปัญหาเรื่องความรัก บางคน..เกิดอุบัติเหตุ กับอีกสารพัดเรื่องราว หรือ อาจจะไม่มีเรื่องราวเลวร้ายเลยก็เป็นได้ แต่กลับกลายประสบเรื่องดี เรื่องมงคลแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของรูปดวงโป๊ยยี่สี่เถียว อันประกอบด้วย ฐานปี ฐานเดือน ฐานวัน ฐานเวลา ของบุคคลนั้นๆ ซึ่งสามารถทำนายไปได้ในหลายๆ ลักษณะ โดยมีประธาน คือ ราศีบนหลักวัน แล้วมีราศีบน และ ราศีล่างของฐานต่างๆ เป็นตัวเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ขอยกตัวอย่างเช่น

※ นาย ก. ปีนี้ถูกชง ถูกไท้ส่วยปะทะ ทำไม!! เรื่องวุ่นวาย เรื่องราวเลวร้าย ความเดือดร้อน กลับไม่มี 平平 (เพ่งเพ้ง) ก็คือ งั้นๆ ชีวิตราบเรียบ ไม่เห็นมีเรื่องราวเลวร้ายและน่าหวาดเสียวอะไรเลย

※ นาย ข. ปีนี้ถูกชง ถูกไท้ส่วยปะทะ เกิดเจ็บป่วย เกิดเรื่องราววุ่นวาย กิจการมีปัญหา เกิดอุบัติเหตุ แฟนบอกเลิก

※ นาย ค. ปีนี้ถูกชง ถูกไท้ส่วยปะทะ กิจการเจริญรุ่งเรือง มีโชคมีลาภ สมหวังตามความมุ่งมาดปรารถนา

ทั้ง 3 คนนี้ แม้จะถูกไท้ส่วยปะทะเหมือนกัน แต่ทุกคนเกิดต่างกัน ต่างเดือน ต่างวัน ต่างเวลา องค์ประกอบของรูปดวงจึงแตกต่างกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็จะมีความแตกต่างกันไป ทำให้บางคนเข้าใจว่า โดนชงโดนปะทะแล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย จึงรู้สึกเฉยๆ เลยพาลไม่เชื่อ หลงคิดว่า เมื่อถูกชงหรือปะทะ..ก็งั้นๆ อันนี้ในรายที่ไม่กระทบกระเทือนรูปดวงมาก หรือ บางคนเคยโดนชงโดนปะทะมาแล้ว เกิดความฉิบหาย ความวุ่นวาย เจ็บป่วย มีปัญหาการเงิน การงาน กิจการ การค้าขาย จึงเกิดกลัวจนลนลาน เมื่อถึงปีที่ไท้ส่วยจรมาปะทะหรือชง คำตอบของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือ “ธาตุของเทพเจ้าไท้ส่วยที่จรมานั้น เมื่อพิจารณาตามหลัก 5 ธาตุแล้ว เป็นธาตุที่ชอบ หรือ เป็นธาตุที่ไม่ชอบ?? การวิเคราะห์ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของวิชาดวงจีน ซึ่งต้องอาศัยท่านผู้รู้ (ผู้บรรลุวิชาดวงจีน) เป็นผู้พิจารณาว่า ธาตุของเทพเจ้าไท้ส่วยที่จรมานั้น เป็นธาตุที่ชอบหรือไม่? หากเป็นธาตุที่ชอบ แม้เกิดการชงหรือปะทะก็ไม่เกิดเรื่องราวเลวร้าย อาจกลับกลายเป็นเรื่องดี เรื่องมงคล ไปเลยก็ได้ และในทางตรงกันข้าม หากธาตุของเทพเจ้าไท้ส่วยที่จรมา เป็นธาตุที่ไม่ชอบ ก็จะเกิดเรื่องราวเลวร้าย เรื่องวิบัติ เรื่องฉิบหาย เรื่องวุ่นวาย พูดง่ายๆ ก็คือ จะต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า สิ่งที่เข้ามากระทบรูปดวงนั้น ดีหรือร้าย หนักหรือเบา”



ถ้าจะมีใครก็ตามแต่ทำนายว่า ท่านจะมีปัญหา มีอุบัติเหตุ มีเรื่องเจ็บป่วย เสียเงินเสียทอง กิจการร้านค้ามีปัญหา มีอุปสรรคติดขัด และ อะไรต่อมิอะไรสารพัดก็ตาม ซึ่งเกิดจากไท้ส่วยจรมาปะทะดวงชะตา ต้องถามเขากลับด้วยว่า “หนัก” หรือ “เบา” ถ้าไม่หนัก การไหว้เจ้า...มีผลแน่ๆ แต่ทั้งนี้ต้องไหว้ให้เป็น ต้องไหว้ให้ถูกต้องครบองค์ประกอบ แต่ถ้าเขาทำนายว่า “หนัก” แล้วก็ยังทู่ซี้ไปไหว้เจ้า พอไหว้แล้ว มาบอกว่า เรื่องร้ายสลายหายไป ไม่เกิดเรื่องร้ายจริง ตามที่เขาทำนาย ก็ให้เข้าใจไปเลยว่า คนที่ทำนายดวงมานั้น เขาทำนายไม่ถูกตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เพราะผลของการไปไหว้เจ้า หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงไม่มีคนดวงตกเลย ทุกคนดวงดีกันหมด เพราะไปไหว้เจ้ามา และ ควรทราบไว้ด้วยว่า

***สำหรับบุคคลที่รูปดวงถูกกระทบกระเทือนมากๆ ขอยืนยันจากประสบการณ์การสอนวิชาดวงจีนเลยว่า ไม่ว่าเจ้าชะตาจะไปกราบไหว้วิงวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่ใดๆ บนโลกใบนี้ การไหว้ดังกล่าวจะมีผลแค่ทางใจเท่านั้น ไม่มีทางที่จะปลดเปลื้องปัญหาความเดือดร้อนวุ่นวายได้เลย สิ่งที่ควรทำมีเพียงอย่างเดียว คือ ต้องทำใจยอมรับมัน ต้องยอมรับกฎของธรรมดา ก้มหน้าก้มตารับเอา อย่าดิ้นรน อย่าดื้อแพ่ง ผลร้ายที่เกิดขึ้นอาจไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไป อันนี้ต้องขอให้ทำความเข้าใจด้วย***



ฉะนั้น หากผู้สนใจจะไหว้จริงๆ ก็ต้องรู้ก่อนว่า ไหว้อย่างไร..ให้เกิดผล หากจะอาศัยไหว้ตามประเพณีบ้าง ไหว้ตามที่เขามาพูดออกสื่อต่างๆ เช่น ทีวี วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯลฯ บ้าง ไหว้ตามชาวบ้านบ้าง เขาพาไหว้ กูก็ไหว้ตาม อย่างนี้เรียกว่า “ไหว้ตามแฟชั่น” ถ้าแบบเพื่อนพาไป ญาติชวนไป แฟนชวนไป เห็นเขาไหว้ กูก็ไหว้ตาม อย่างนี้เรียกว่า “เถรส่องบาตร” คือ ไม่รู้ว่า..ไหว้ไปทำไม ไหว้..เพื่ออะไร หรือ ไหว้..เผื่อกันเหนียว เพราะไม่รู้ว่า ปีนี้จะโดนหนักหรือเบา ตนก็ยังไม่รู้เลย งั้นไหว้ๆ ไปก่อน อันนี้คือความคิดของคนเรา ซึ่งข้าพเจ้าไม่ขอรับรองผล ว่าไหว้แล้วจะเป็นยังไง? แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ไหว้กระมัง...

ทีนี้เรามาดูกันต่อว่า บุคคลใดบ้างที่ต้องไหว้ไท้ส่วยจึงจะถูกต้องตามคัมภีร์โบราณ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


[1] หากปีใด “60 กะจื้อประจำองค์เทพไท้ส่วยทับกับปีเกิดตาม 60 กะจื้อปีเกิดของบุคคลผู้นั้น” จะเรียกว่า 真太歲 (จิงไท้ส่วย) คือ ท่านผู้นั้นอาจพึ่งเกิดในปีนี้ [พ.ศ. 2557/甲午年(กะโง่วนี้)] หรือ ท่านผู้เกิดมาแล้วหนึ่งรอบนักษัตร ซึ่งจะมีอายุ 60 ปี ตามนับไทย และ อายุ 61 ปี ตามนับจีน (ครบรอบปี 60 กะจื้อ คือ 5 รอบ) เรียกว่า “生日 (แซยิก)” แต่คนส่วนใหญ่ออกเสียงเพี้ยนเป็น “แซยิด” ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครเป็นคนพาเรียก ฉะนั้น ท่านที่ได้มีโอกาสอ่านบทความนี้ ก็ให้ปรับความรู้ความเข้าใจใหม่ สำหรับท่านที่อายุครบ 1 รอบ 60 ปี ที่เรียกว่า “แซยิก” จะนิยมทำบุญแซยิก คือ ทำบุญฉลองอายุครบ 5 รอบ บ้างก็เรียกเป็นการทำบุญต่ออายุ ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว ฯลฯ


[2] หากปีใด “องค์เทพไท้ส่วยเข้าประทับปีเกิดผู้ใด” จะเรียกว่า 坐太歲 (จ๋อไท้ส่วย) หมายความว่า “ไท้ส่วยมาประทับ” ก็ให้ไหว้รับเอาเทพเจ้าไท้ส่วย เพราะปีนักษัตรของไท้ส่วยมาตรงกับนักษัตรของปีเกิดบุคคลนั้นๆ เพื่อกราบไหว้ขอพร ให้ลดความอึดอัด ติดขัด และ ให้ชีวิต หน้าที่การงาน กิจการ มีความคล่องตัว ราบรื่น ไม่ให้ประสบปัญหาสะดุด เพื่อให้มีความรุ่งเรือง มีความโชคดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง ฯลฯ


[3] หากปีใด “องค์เทพไท้ส่วยเข้าปะทะ(ชง)ปีเกิดผู้ใด” จะเรียกว่า 歲破 (ส่วยผั่ว) หมายความว่า “ไท้ส่วยมาปะทะ(ชง)” ก็ให้ไหว้รับเอาเทพเจ้าไท้ส่วย เพื่อกราบไหว้ขอพร ขอความเมตตา ขอให้องค์ไท้ส่วยเมตตาลดผลกระทบ ความวิบัติ ความฉิบหาย อันจะเกิดแก่ สุขภาพร่างกาย ความเจ็บไข้ได้ป่วย หน้าที่การงาน การเงิน และ เรื่องร้ายแรงอื่นๆ อันจะเกิดแก่ชีวิตของตน


ตารางปีนักษัตร และ รอบนักษัตรทั้ง 5 ตามระบบ 60 กะจื้อ



หมายเหตุ:


สีชมพู คือ ท่านผู้โดน 真太歲 (จิงไท้ส่วย) หมายความว่า “60 กะจื้อประจำองค์เทพไท้ส่วยทับกับปีเกิดตาม 60 กะจื้อปีเกิดของบุคคลผู้นั้น” คือ ท่านผู้เกิดปี พ.ศ. 2497, 2557


สีแดง คือ ท่านผู้โดน 歲破 (ส่วยผั่ว) หมายความว่า “ไท้ส่วยจรมาปะทะ(ชง)” จะได้รับความวุ่นวาย ฉิบหาย เดือดร้อน ความอึดอัด ติดขัด ไม่สะดวกราบรื่น คือ ท่านผู้เกิดปี พ.ศ. 2467, 2479, 2491, 2503, 2515, 2527, 2539, 2551


สีส้ม คือ ท่านผู้โดน 坐太歲 (จ๋อไท้ส่วย) หมายความว่า “ไท้ส่วยจรมาประทับ” จะได้รับความอึดอัด ติดขัด ไม่สะดวกราบรื่น คือ ท่านผู้เกิดปี พ.ศ. 2473, 2485, 2509, 2521, 2533, 2545


สีฟ้า คือ ปีเกิดที่ไม่ต้องไท้ส่วย ในที่นี้ท่านสามารถไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเพื่อขอพร ขอความเป็นสิริมงคล ขอการส่งเสริม การสนับสนุน จากองค์ไท้ส่วยได้เช่นกัน โดยไม่มีข้อห้าม




สำหรับการไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยนั้น บางคนอาศัยความสะดวก ชอบแบบ Quick Quick เร็วไว ด่วนจี๋ ก็เดินทางไปไหว้ตามวัดจีน ศาลเจ้า หรือ โรงเจ แม้เดี๋ยวนี้วัดพุทธนิกายเถรวาทก็มี ซึ่งเขามีรูปภาพ/รูปปั้นเทพเจ้าไท้ส่วยประจำปีนั้นๆ ตั้งไว้ พร้อมกับจัดเตรียมของไหว้ไว้ให้ครบ (ตามแบบฉบับของใครของมัน) พอไปถึงก็เสียเงินทำบุญ แล้วก็ ไหว้ ไหว้ ทำกาลอ เขาก็มีคนพาทำ เท่านั้นเป็นอันเสร็จพิธี บางทีตัวคนไปไหว้เองยังไม่รู้เลยว่า อะไรเป็นไร เขาพาทำ เขาบอกเสร็จแล้ว เดินออกมา งง งง ก่งก๊ง ก็ยังมี เอ๊ะ มันยังไง

แต่ถ้าเอาตามโบราณจริงๆ นี่ต้องตั้งโต๊ะไหว้เลย มีสำนวนจีนที่ว่า 有例勿止無例勿起 (อู่หลี่ม่ายจี้ บ่หลี่ม่ายคี่) หมายความว่า “อะไรที่เขามีมาแต่โบราณ..ก็ควรจะทำตาม ไม่ควรจะยับยั้ง ส่วนอะไรที่ไม่เคยมีมา..ก็ไม่ควรไปพิเรนทร์ทำ อย่าไปสร้างขึ้นมาใหม่” เมื่อสำนวนเขาว่าไว้อย่างนั้น ก็ควรต้องปฏิบัติตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทราบสำหรับผู้ที่จะประกอบกิจกรรมใดๆ ก็ตาม คือ “ฟ้า ดิน คน มิอาจแยกจากกันได้เลย”

  • ฟ้า” คือ ฤกษ์ยามที่เหมาะสม เป็นมงคล และ ต้องสอดคล้องกับดวงชะตา
  • ดิน” คือ ทิศทางที่จะประกอบกิจกรรมนั้นๆ ในที่นี้คือ ทิศทางที่องค์ไท้ส่วยเสด็จมา
  • คน” คือ รูปดวงชะตาที่ใช้กับฤกษ์ยาม และ ทิศทางที่จะประกอบกิจกรรม


ฟ้า ดิน คน ทั้ง 3 สิ่งนี้ เป็นองค์ประกอบสำคัญ อาจกล่าวได้ว่า เป็นหัวใจของวิชาโหราศาสตร์จีน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้เลย เพราะถ้าองค์ประกอบไม่ครบ ก็ไม่ต้องไปหวังว่า จะได้รับผลตามความมุ่งมาดปรารถนา



เรารู้ว่า เทพเจ้าไท้ส่วยที่เสด็จมาในปีนั้นๆ จะมาทางทิศใด ชื่ออะไร เพราะเมื่อเวลาไหว้ จะได้ตั้งโต๊ะไหว้หันหน้าไปถูกทิศ และ ออกชื่อองค์เทพได้ถูกต้อง สำหรับในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) นี้ 甲午年太岁章词大将军 (กะโง่วนี้ไท้ส่วย เจียงซื้อไต่เจียงกุง) ตรงกับ ปีกะโง่ว (ปีม้า) องค์เทพไท้ส่วยชื่อ ท่านเจียงซื้อไต่เจียงกุง เสด็จมาทางทิศใต้ ตรงกับ 165-195 องศา (ช่วงองศานี้ คือ ทิศทางที่ต้องตั้งโต๊ะบูชาหันหน้าไป และ ผู้ที่จะไหว้ต้องหันหน้าไป)



ตารางแสดงปีนักษัตร และ องศาที่ครอบคลุม



วันที่เหมาะแก่การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยนั้น นิยมไหว้ในวัน 初一 (ชิวอิก) - 十五 (จับโหงว) ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือนแรก (เดือนจีน) แต่จริงๆ สามารถไหว้ได้ตลอดทั้งปี แต่ควรต้องหาฤกษ์ยามที่เป็นมงคล มหามงคลที่เหมาะสมในการไหว้เจ้าขอพร อีกทั้งยังต้องเหมาะสมกับดวงชะตาของผู้ไหว้ด้วย สำหรับฤกษ์ยามมหามงคลที่เหมาะแก่การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยจะคัดเลือกวันมหามงคลให้สัก 2 วัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้



ฤกษ์ยามมหามงคลที่ 1


甲午年正月初八(己酉日)丙寅時,庚午時 (กะโง่วนี้ เจี่ยง้วย ชิวโป๊ย (กี้อิ้วยิก) เปี้ยอิ๊งซี้, แกโง่วซี้) ตรงกับวันสากล คือ ปี พ.ศ. 2557 เดือน กุมภาพันธ์ วันที่ 7 เวลา 03.00-04.59 น., 11.00-12.59 น.



ฤกษ์ยามมหามงคลนี้เหมาะสำหรับท่านที่เกิดปี พ.ศ. (ไหว้แล้ว..เกิดผลดี)
2467, 2469, 2473, 2474, 2479, 2480, 2484, 2485, 2489, 2490, 2491, 2497, 2500, 2502, 2503, 2504, 2509, 2510, 2515, 2519, 2520, 2521, 2524, 2527, 2529, 2533, 2534, 2539, 2540, 2544, 2545, 2549, 2550, 2551, 2557 (ท่านที่เกิดปี พ.ศ. นอกจากนี้ ห้ามไหว้เป็นอันขาด!!!)



ฤกษ์ยามมหามงคลนี้เหมาะสำหรับท่านที่เกิดปี พ.ศ. (ไหว้แล้ว..เกิดผลดี)
2469, 2471, 2473, 2474, 2480, 2483, 2484, 2485, 2489, 2490, 2495, 2497, 2499, 2500, 2502, 2504, 2507, 2509, 2510, 2519, 2520, 2521, 2524, 2529, 2531, 2533, 2534, 2540, 2543, 2544, 2545, 2549, 2550, 2555, 2557 (ท่านที่เกิดปี พ.ศ. นอกจากนี้ ห้ามไหว้เป็นอันขาด!!!)



ฤกษ์ยามมหามงคลที่ 2


甲午年正月初十密日(辛亥日)庚寅時,甲午時 (กะโง่วนี้ เจี่ยง้วย ชิวจับ มิกยิก (ซิงไหยิก) แกอิ๊งซี้, กะโง่วซี้) ตรงกับวันสากล คือ ปี พ.ศ. 2557 เดือน กุมภาพันธ์ วันที่ 9 เวลา 03.00-04.59 น., 11.00-12.59 น.



ฤกษ์ยามมหามงคลนี้เหมาะสำหรับท่านที่เกิดปี พ.ศ. (ไหว้แล้ว..เกิดผลดี)
2467, 2469, 2470, 2473, 2475, 2476, 2479, 2480, 2481, 2485, 2488, 2489, 2490, 2491, 2493, 2495, 2497, 2499, 2500, 2503, 2505, 2506, 2509, 2510, 2512, 2515, 2517, 2519, 2520, 2521, 2524, 2525, 2527, 2529, 2530, 2533, 2535, 2536, 2539, 2540, 2541, 2545, 2548, 2549, 2550, 2551, 2553, 2555, 2557 (ท่านที่เกิดปี พ.ศ. นอกจากนี้ ห้ามไหว้เป็นอันขาด!!!)



ฤกษ์ยามมหามงคลนี้เหมาะสำหรับท่านที่เกิดปี พ.ศ. (ไหว้แล้ว..เกิดผลดี)
2467, 2469, 2470, 2473, 2475, 2476, 2479, 2480, 2481, 2485, 2488, 2489, 2490, 2491, 2493, 2495, 2497, 2499, 2500, 2503, 2505, 2506, 2509, 2510, 2512, 2515, 2517, 2519, 2520, 2521, 2524, 2525, 2527, 2529, 2530, 2533, 2535, 2536, 2539, 2540, 2541, 2545, 2548, 2549, 2550, 2551, 2553, 2555, 2557 (ท่านที่เกิดปี พ.ศ. นอกจากนี้ ห้ามไหว้เป็นอันขาด!!!)

หมายเหตุ!! เฉพาะท่านที่เกิดปี 2497 เมื่อไหว้ไท้ส่วยตามฤกษ์ที่ให้เสร็จแล้ว ควรไปปล่อยปลา (ซื้อปลาที่เขาจะฆ่า คือ ปลาที่จะต้องตาย) แล้วถวายเลี้ยงภัตตาหารพระสงฆ์ จะถือว่าเป็นการทำบุญแซยิกตนเองไปในตัว


อธิบายเพิ่มเติม: ความหมายของ “ปีเกิด” ตามปฎิทินจีนอย่างคร่าวๆ จะเริ่มนับตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ ของปีนั้น ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป เช่น

  • ปี 2467 คือ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2467 - วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2468
  • ปี 2501 คือ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2501 - วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502
  • ปี 2535 คือ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2535 - วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2536



การเตรียมตัวก่อนไหว้


ก่อนอื่นต้องสำรวจตรวจตราทิศทางก่อนว่า ทิศใต้ ที่ 165-195 องศา ซึ่งเป็นทิศที่องค์เทพเจ้าไท้ส่วยจะเสด็จมานั้นอยู่ตรงไหนของบ้านตน (ภายนอกบ้าน) เพื่อที่จะได้ตั้งโต๊ะไหว้ และ หันหน้าไปไหว้ให้ถูกทิศ ถูกทาง สำหรับโต๊ะไหว้นั้น ให้ปูผ้าสีขาวลงไปก่อน จึงค่อยปูผ้าสีแดงทับข้างบน แล้วก็ต้องเช็ครายการของไหว้ให้ถูกต้องครบถ้วน (รายการของไหว้ และ แผนผังการตั้งรายการของไหว้ มีอยู่ด้านล่างบทความนี้) ให้ไปหาซื้อตามร้านขายของไหว้เจ้า ถ้าสะดวกก็ไปในแหล่งในย่านคนจีนจะได้ของถูกต้องครบถ้วน บางคนเห็นรายการของไหว้ และ รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรม ก็ตกใจ บอกเฮ้ย ไอ้คนเขียนบทความนี้มันมากเกินไปหรือเปล่านี่ ทำไม!!! รายการของไหว้ และ สิ่งที่ต้องเตรียม มันมากมายขนาดนั้น จะหมดเงินเท่าไหร่วะนี่ ทั้งนี้ขอได้โปรดทราบว่า เมื่อไหว้แล้ว..ดี ไหว้แล้ว..เป็นมงคล ก็ไหว้ไปเถอะ ไม่ได้ไหว้ปีละหลายครั้งสักหน่อย ไหว้ปีละครั้งเอง เพราะฉะนั้น ถ้าจะไหวทั้งทีก็ทำให้มันถูกต้องครบถ้วนไปเลย อันนี้ต้องเข้าใจนะ เดี๋ยวจะมาว่าอย่างนั้นอย่างนี้

เมื่อสิ่งที่ต้องเตรียมครบถ้วนถูกต้องแล้ว (ควรเช็คก่อน 1 วัน) เมื่อถึงวันเวลาไหว้ ให้ตั้งโต๊ะนอกบ้านหันหน้าไปยังทิศทางที่กำหนดไว้ ปูผ้า จัดของไหว้ตามแผนผัง เขียนชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฟากของตนเอง (ถ้าไม่รู้ ก็เอาแค่ ปี เดือน วัน หรือ รู้แค่ไหนก็เขียนแค่นั้น หรือ ถ้าไม่รู้เลยก็เขียนแต่ชื่อ-นามสกุล) ต้องเขียนทุกคนที่ไหว้ (เขียนลงในกระดาษสีแดง บอกร้านขายของไหว้ว่าจะเอามาเขียนชื่อไหว้องค์ไท้ส่วย) ให้ผู้ที่มีอายุมากที่สุด หรือ พ่อบ้าน หัวหน้าครอบครัว หรือ ตัวเจ้าชะตาที่ต้องไท้ส่วย เป็นคนนำไหว้ ต้องนัดแนะกันไว้ก่อน ที่สำคัญต้องดูก่อนว่า ดวงของคนที่นำไหว้นั้นเหมาะสมกับฤกษ์ยามหรือไม่? ซึ่งมีเขียนบอกไว้แล้วว่า ใครเกิดปีใด? ใช้ฤกษ์ยามใด? ทั้งนี้ให้ยึดเอาเวลาที่สะดวกของตนเองด้วย ทุกสิ่งจะต้องเตรียมให้เสร็จก่อนเวลาสัก 1 ชั่วโมง หรือ ครึ่งชั่วโมงกำลังดี อย่าลืมอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าใหม่ เป็นเสื้อแดง หรือ เสื้อขาวจะดี เตรียมกายวาจาใจให้พร้อมด้วย เมื่อถึงเวลาที่เป็นมงคล ก็ให้ยืนหันหน้าไปยังทิศที่กำหนดไว้ จุดธูป 5 ดอก/คน จุดเทียน แล้วจึงค่อยกล่าวคำไหว้ คำอัญเชิญ คำขอพร องค์เทพไท้ส่วยดังนี้



คำไหว้องค์เทพไท้ส่วย


“ขณะนี้ ปี.....เดือน.....วัน.....เวลา..... ถือว่าวาระนี้ ปีดี เดือนดี วันดี เวลาดี ข้าพเจ้า.....(ออกชื่อนาม-สกุลของตนเอง)และบริวาร ขอตั้งจิตอธิษฐานอัญเชิญองค์เทพไท้ส่วย ทรงพระนามว่า เจียงซื้อไต่เจียงกุง ซึ่งเสด็จมาในทางทิศใต้ โดยท่านเป็นผู้มีมเหศักดิ์ มีฤทธิ์ มีเดช มีอำนาจ มีคุณธรรม มีเมตตาธรรม ขอท่านจงได้เสด็จมารับเครื่องสักการะเซ่นไหว้บวงสรวง อันประกอบด้วย ดอกไม้ ธูปเทียน ของหอม ผลไม้มงคลทั้ง 5 อาหารเจ ของหวาน น้ำชา กระดาษเงินทอง เครื่องบรรณาการ และ สิ่งมงคลทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า.....และบริวารได้จัดไว้แล้วพร้อมสรรพอย่างบรรจง

ขอจงได้โปรดกรุณาอำนวยพรให้ข้าพเจ้าและบริวาร จงมีแต่ความสุข ความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ พร้อมด้วย ลาภหลัก ลาภลอย ทำมาค้าขึ้น หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้ประสบแต่สิ่งมงคลร้อยแปดพันประการ ขอท่านโปรดช่วยคุ้มครองดวงชะตาชีวิตให้สมความปรารถนาด้วยมงคลทั้งปวงเทอญ และ ขอให้ข้าพเจ้าและบริวาร พ้นจากความทุกข์ยาก แลขจัดสิ้นซึ่งภยันตราย และ สิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวง ศัตรูหมู่มาร ผู้คิดร้าย เรื่องร้าย อุปสรรค ความขัดข้องทั้งหลายของข้าพเจ้าและบริวาร จงพินาศไป หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอท่านได้โปรดกรุณาละเว้นงดโทษแก่ข้าพเจ้าและบริวารด้วยเทอญ”


*********************


เมื่อกล่าวคำไหว้เสร็จแล้ว ก็อธิษฐานขอพรพิเศษเพียงอย่างเดียว ขอในสิ่งที่คิดว่าต้องการที่สุด และ ขอในสิ่งที่เป็นไปได้ จากนั้นก็รอให้ธูปหมดดอก แล้วจึงนำเอากระดาษเงินกระดาษทองมาปัดที่หน้าลงมาถึงคอ จากคอลงมาถึงแขน จากแขนลงไปถึงเท้า ปัดทั้งข้างหน้า และ ข้างหลังของตัวเอง ทำอย่างนี้จนครบ 12 ครั้ง แล้วจึงทำการเหี่ยง (การยกของ 3 ครั้ง เพื่อลาของไหว้) ของไหว้ทั้งหมด แล้วนำกระดาษไหว้ และ กระดาษที่เขียนชื่อของตนและบริวารไปจุดไฟเผา ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อว่า เป็นการส่งเครื่องบรรณาการให้แก่องค์เทพเจ้าที่ไหว้นั้น


หมายเหตุ!!! ท่านสามารถดาวน์โหลดรูปภาพขององค์เทพไท้ส่วยประจำปีกะโง่ว ทรงพระนามว่า เจียงซื้อไต่เจียงกุง แล้วนำไปอัดใส่กรอบตั้งไว้หน้าโต๊ะไหว้จะเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เมื่อเสร็จพิธีก็อัญเชิญไปตั้งไว้ในสถานที่อันสมควร ให้ถวายน้ำดื่มใส่แก้วตั้งไว้หน้ากรอบรูป เมื่อถึงวันพระจีน วัน 初一(ชิวอิก) - 十五(จับโหงว) หากสามารถถวายพวงมาลัยและส้มสีทองได้จะดีมากๆ


ขอเชิญดาวน์โหลดภาพองค์เทพไท้ส่วยประจำปีกะโง่ว >>> คลิ๊กที่นี่



รายการของไหว้ไท้ส่วยเอี๊ย


[1] แก้วใส่ข้าวสาร หรือ กระถางธูป มีกิมฮวยปัก 1 คู่ พร้อมติดอั่งติ๋ว หรือ กระดาษแดง

[2] แจกันดอกไม้ 1 คู่ (ใช้ดอกไม้สีแดง)

[3] เชิงเทียน พร้อมเทียนแดง 1 คู่ใหญ่ (หนัก 1 ชั่ง)

[4] น้ำชา-น้ำเปล่า อย่างละ 5 ถ้วย

[5] ข้าวสุก ใส่ถ้วยชา 5 ถ้วย

[6] ผลไม้ 5 อย่าง 1 ชุด

  • 6.1 ส้ม 1 จาน
  • 6.2 แอปเปิ้ล 1 จาน
  • 6.3 สาลี่ 1 จาน
  • 6.4 องุ่น 1 จาน
  • 6.5 กล้วยหอมสีเขียว 1 จาน

[7] เจฉ่าย 5 อย่าง 1 ชุด

  • 7.1 เห็ดหอม 1 ถ้วย
  • 7.2 เห็ดหูหนู 1 ถ้วย
  • 7.3 ดอกไม้จีน 1 ถ้วย
  • 7.4 วุ้นเส้น 1 ถ้วย
  • 7.5 ฟองเต้าหู้ 1 ถ้วย

[8] สาคูน้ำเชื่อม หรือ อี๊ 5 ถ้วย (เอาสาคูเม็ดใหญ่มาต้มให้สุกใส่น้ำแดงเฮลซ์บลูบอย)

[9] พุทราเชื่อม 5 ถ้วย

[10] ถั่วเขียว 5 ถ้วย

[11] ถั่วแดง 5 ถ้วย

[12] หมี่เตี๊ยว 5 จาน จานละ 1 ห่อ (สำคัญมาก)

[13] น้ำใส่ยอดทับทิม 3 ยอด 1 ขัน หรือ 1 แก้ว

[14] ขนมจันอับ 5 อย่าง 1 จาน (ถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ฟักเชื่อม ลูกกวาด)

[15] ชุดเครื่องกระดาษเงิน-ทอง ตั่วกิม 12 ชุด หงิ่งเตี่ย 12 ชุด และ เถียบอัญเชิญ (แชเถียบ อั่งเถียบ)

[16] เทียงเถ่าจี้ 1 คู่

[17] กิมหงิ่งเต้า 1 คู่



 

บทความยอดนิยม Popular Articles

บทความล่าสุด Latest Articles



กรณีที่ท่านมีปัญหาในการเข้าชมเว็บนี้ อันเนื่องมาจากเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) ของท่านเป็นเวอร์ชั่น 6 หรือต่ำกว่า ดังนั้นเพื่อให้เข้าชมเว็บให้ได้อย่างมีอรรถรส กรุณาอัพเดทเวอร์ชั่นของ Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่น 7 ก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

หรือทำการติดตั้ง Firefox สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities. Download IE7